แบบทดสอบ หน้าหลัก บทที่ 1 บทที่ 2 บทที่ 3 บทที่ 4 บทที่ 5 บทที่ 6 บทที่ 7 บทที่ 8
A
RT
ONLINE
ศิลปะ ม.4
ศ 31101
หลักการออกแบบ
การออกแบบมีหลักการพื้นฐาน โดยอาศัยส่วนประกอบขององค์ประกอบศิลป์ ซึ่งได้แก่  จุด เส้น รูปร่าง รูปทรง น้ำหนัก สี และพื้นผิว นำมาจัดวางเพื่อให้เกิดความสวยงาม โดยมีหลักการ ดังนี้


















1. ความเป็นหน่วย (Unity)
ในการออกแบบ   ผู้ออกแบบจะต้องคำนึงถึงงานทั้งหมดให้อยู่ในหน่วยงานเดียวกัน   เป็นกลุ่มก้อน หรือมีความ สัมพันธ์กัน ทั้งหมดของงานนั้นๆ   และพิจารณาส่วนย่อยลงไปตามลำดับ   ในส่วนย่อยๆก็คงต้องถือหลักนี้เช่นกัน

2. ความสมดุลหรือความถ่วง (Balancing)
เป็นหลักทั่วๆไปของงานศิลปะที่จะต้องดูความสมดุลของงานนั้นๆ   ความรู้สึกทางสมดุลของงานนี้ เป็นความรู้สึก ที่เกิดขึ้นในส่วนของความคิดในเรื่องของความงามในสิ่งนั้นๆ   มีหลักความสมดุลอยู่ 3 ประการ
       2.1   ความสมดุลในลักษณะเท่ากัน (Symmetry  Balancing) คือมีลักษณะเป็นซ้าย-ขวา   บน-ล่าง   เป็นต้น   ความสมดุลในลักษณะนี้ดูและเข้าใจง่าย
       2.2   ความสมดุลในลักษณะไม่เท่ากัน (Non-symmetry  Balancing) คือมีลักษณะสมดุลกันในตัวเองไม่จำเป็นจะต้องเท่ากัน   แต่ดูในด้านความรู้สึกแล้วเกิดความสมดุลกันในตัว   ลักษณะการสมดุลแบบนี้ผู้ออกแบบจะต้องมีการประลองดูให้แน่ใจในความรู้สึกของผู้พบเห็นด้วย   ซึ่งเป็น ความสมดุลที่เกิดในลักษณะที่แตกต่างกันได้   เช่น   ใช้ความสมดุลด้วยผิว (Texture) ด้วยแสง-เงา (Shade) หรือด้วยสี (Colour)
        2.3 จุดศูนย์ถ่วง (Gravity  Balance) การออกแบบใดๆที่เป็นวัตถุสิ่งของและจะต้องใช้งานการทรงตัวจำเป็นที่ผู้ออกแบบจะต้องคำนึงถึงจุดศูนย์ถ่วง   ได้แก่ การไม่โยกเอียง  หรือให้ความรู้สึกไม่มั่นคงแข็งแรง   ดังนั้นสิ่งใดที่ต้องการจุดศูนย์ถ่วงแล้ว   ผู้ออกแบบ จะต้อง ระมัดระวังในสิ่งนี้ให้มาก   ตัวอย่างเช่น   เก้าอี้จะต้องตั้งตรง   ยึดมั่นทั้งสี่ขาเท่าๆกัน   การทรงตัวของ คน ถ้ายืน 2 ขา   ก็จะต้องมีน้ำหนักลงที่เท้าทั้ง 2 ข้างเท่าๆกัน   ถ้ายืนเอียงหรือพิงฝา   น้ำหนักตัวก็จะลงเท้าข้างหนึ่ง   และ ส่วนหนึ่งจะลงที่หลังพิงฝา รูปปั้นคนในท่าวิ่ง จุดศูนย์ถ่วงจะอยู่ที่ใด ผู้ออกแบบจะต้องรู้และวางรูป ได้ถูกต้อง   เรื่อง ของจุดศูนย์ถ่วง จึงหมายถึงการทรงตัวของวัตถุสิ่งของนั่นเอง

3. ความสัมพันธ์ทางศิลปะ ( Relativity  of  Arts)
ในเรื่องของศิลปะนั้น   เป็นสิ่งที่จะต้องพิจารณากันหลายขั้นตอน   เพราะเป็นเรื่องความรู้สึกที่สัมพันธ์กัน   อันได้แก่
      3.1 การเน้นหรือจุดสนใจ ( Emphasis  or  Centre  of  Interest) งานด้านศิลปะผู้ออกแบบจะต้องมีจุดเน้นให้เกิดสิ่งที่ประทับใจแก่ผู้พบเห็น   โดยมีข้อบอกกล่าว เป็นความรู้สึกร่วม ที่เกิดขึ้นเองจากตัวของศิลปกรรมนั้นๆ   ความรู้สึกนี้ผู้ออกแบบจะต้องพยายามให้เกิดขึ้นเหมือนกัน
       3.2 จุดสำคัญรอง ( Subordinate) 
คงคล้ายกับจุดเน้นนั่นเอง   แต่มีความสำคัญรองลงไปตามลำดับ   ซึ่ง อาจจะเป็นรองส่วนที่ 1  ส่วนที่ 2 ก็ได้   ส่วนนี้จะช่วยให้เกิดความลดหลั่นทางผลงานที่แสดง   ผู้ออกแบบจะต้อง คำนึงถึงสิ่งนี้ด้วย
       3.3 จังหวะ ( Rhythem) 
โดยทั่วๆไปสิ่งที่สัมพันธ์กันในสิ่งนั้นๆย่อมมีจังหวะ ระยะหรือความถี่ห่างในตัวมันเองก็ดี  หรือสิ่งแวดล้อม ที่ สัมพันธ์ อยู่ก็ดี จะเป็นเส้น สี   เงา   หรือช่วงจังหวะของการตกแต่ง   แสงไฟ   ลวดลาย   ที่มีความสัมพันธ์กัน ในที่นั้น   เป็นความรู้สึกของผู้พบเห็นหรือผู้ออกแบบจะรู้สึกในความงามนั่นเอง
       3.4  ความต่างกัน ( Contrast) 
เป็นความรู้สึกที่เกิดขึ้นเพื่อช่วยให้มีการเคลื่อนไหวไม่ซ้ำซากเกินไป   หรือเกิดความเบื่อหน่าย  จำเจ ในการ ตกแต่งก็เช่นกันปัจจุบันผู้ออกแบบมักจะหาทางให้เกิดความรู้สึกขัดกันต่างกัน เช่น เก้าอี้ชุดสมัยใหม่ แต่ขณะ เดียวกันก็มีเก้าอี้สมัยรัชกาลที่ 5 อยู่ด้วย 1 ตัว เช่นนี้ผู้พบเห็นจะเกิดความรู้สึกแตกต่างกัน ทำให้เกิดความรู้สึก ไม่ซ้ำซาก   รสชาติแตกต่างออกไป
       3.5 ความกลมกลืน ( Harmomies)   ความกลมกลืนในที่นี้หมายถึงพิจารณาในส่วนรวมทั้งหมดแม้จะมีบางอย่างที่แตกต่างกัน การใช้สีที่ตัดกัน  หรือ การใช้ผิว   ใช้เส้นที่ขัดกัน   ความรู้สึกส่วนน้อยนี้ไม่ทำให้ส่วนรวมเสียก็ถือว่าเกิดความกลมกลืนกันในส่วนรวม ความกลมกลืนในส่วนรวมนี้ถ้าจะแยกก็ได้แก่ความเน้นไปในส่วนมูลฐานทางศิลปะอันได้แก่   เส้น   แสง-เงา   รูปทรง   ขนาด   ผิว   สี   นั่นเอง
















องค์ประกอบการออกแบบ Element of design
1.จุด Point  จุดจัดว่าเป็นส่วนประกอบที่เล็กที่สุด เป็นพื้นฐานเบื้องต้นและสำคัญยิ่งในการออกแบบทุกชนิด จุดเมื่อเรียงต่อกันในตำแหน่งที่เหมาะสมแล้วซ้ำๆกัน ทำให้เห็นเป็นเส้น รูปร่าง รูปทรง ลักษณะผิวและการออกแบบได้  การนำจุดมาใช้ในการออกแบบทำได้หลายวิธี
  -     การนำจุดมาวางเรียงกันในลักษณะที่ซ้ำๆกัน
  -     การนำจุดมาวางให้มีความสมดุลทั้งสองข้างไม่เท่ากัน
  -     การนำจุดมาวางให้เกิดลวดลายต่างๆ

2.เส้น  Line  เส้นเป็นสิ่งที่เชื่อมระหว่างจุด 2 จุด เส้นทุกเส้นมีความหมาย และสามารถแสดงอารมณ์ในตัวเอง เช่น
-เส้นตรงแนวตั้ง แสดงถึงความสง่างาม มั่นคง ชีวิต การต้านทาน
-เส้นตรงแนวนอน แสดงถึงความนิ่ง สงบ เส้นขอบฟ้า
-เส้นทแยง แสดงถึงอันตราย การเคลื่อนไหว อารมณ์
-เส้นทแยงไม่สม่ำเสมอ แสดงถึงสายฟ้าแลบ ความผลุนผลัน การทำลาย
-วงกลม เส้นโค้ง แสดงถึง ความอ่อนช้อย ความเสน่หา ความกลมเกลียว

3.รูปร่างshape
          -รูปร่าง    มีลักษณะสองมิติ ไม่มีปริมาตรหรือมวล เช่น รูปวงกลม รูปสี่เหลี่ยม รูปสามเหลี่ยม ซึ่งจะมองเห็นแต่ด้านกว้าง ยาว
           -รูปทรง   มีลักษณะสามมิติ มีปริมาตรและมวล เรียกว่า รูปทรงเรขาคณิต เช่น ทรงสี่เหลี่ยม ทรงกลม ทรงผืนผ้า

4.ปริมาตร volume เป็นสิ่งที่มีลักษณะสามมิติ มีด้านกว้าง ยาวและสูงหรือหนา ปริมาตรสามารถแบ่งได้เป็น 2 ประเภทคือ
            -ปริมาตรในพื้นที่ว่างของวัตถุ เช่น บ่อ หลุม ขวด แจกัน
            -ปริมาตรมีความหนาแน่นเป็นกลุ่มก้อน เช่น กรวด หิน อิฐ ไม้

5.ลักษณะพื้นผิว  Texture ลักษณะของพื้นผิวมีอิทธิพลต่ออารมณ์และความรู้สึก ทั้งในแง่ บวก และลบ เช่น ถ้าลักษณะพื้นผิวหยาบ จะให้ความรู้สึกน่ากลัว หยาบ น่าขยะแขยง ไม่น่าจับต้อง

6.บริเวณว่าง Space บริเวณว่างจะช่วยให้ดึงดูดในงานน่าสนใจ รู้สึกสบายโล่งปลอดโปร่ง แต่ถ้าบริเวณที่คับแคบจะให้ความรู้สึกอึดอัด ไม่สบาย

7.สี Color สีจัดว่าเป็นสิ่งที่สามารถดึงดูดใจได้อย่างมากทีเดียว การผลิตสื่อประเภทต่างๆ ควรเลือกชนิดของสีให้ดี เพราะมีหลากหลายชนิดให้เลือก ไม่ว่าจะเป็นสีน้ำ สีโปสเตอร์ สีฝุ่น สีน้ำมัน ดินสอสี สีเทียน
         สีสามารถกระตุ้นให้ผู้พบเห็นเกิดความรู้สึกแตกต่างกันไป เช่น
       - สีแดง ก่อให้เกิดการเร้าใจ ความกลัว ความกล้าหาญ
       - สีส้ม กระตุ้นให้เกิดพลัง ความสนุกสนาน
       - สีดำ เป็นสีแห่งความลึกลับ ความเศร้าโศก
  นอกจากนี้ยังมีวรรณะของสีทั้งวรรณะร้อนและเย็น วรรณะเย็นจะทำให้รู้สึกสบายตา เช่น สีเหลือง เป็นต้น
















หลักการออกแบบ
การออกแบบที่ดีควรคำนึงถึงสิ่งต่อไปนี้
1. การจัดองค์ประกอบดี วางตำแหน่งทิศทางของเส้นต่าง ๆ ให้สมดุล มีการให้สี แสง เงาที่ดี มีจุดสนใจโดยเน้นจุดสนใจให้เด่นชัด
2. สื่อความหมายได้ชัดเจน เมื่อผู้ดูดูแล้วจะได้ทราบถึงสิ่งที่ต้องการสื่อความหมาย
3. มีความตัดกันและคมชัด ภาพที่เน้นจุดสนใจจะทำให้ภาพแลดูน่าสนใจ มากกว่าภาพที่ไม่มีการเน้นส่วนสำคัญซึ่งจะทำให้ภาพดูไม่มีมิติ
4. ใช้วัสดุให้เหมาะสม โดยใช้ทรัพยากรอย่างมีคุณค่า ในการออกแบบเพื่อที่จะได้สื่อความหมายให้ตรงกับวัตถุประสงค์ ควรมีการวางแผนหรือวางโครงร่างคร่าว ๆ ก่อน

หลักการที่ทำให้การออกแบบสามารถดึงดูด ความสนใจของผู้ดูมีหลักการดังต่อไปนี้
1. ความง่าย ( Simplify ) หมายถึง ง่ายต่อการสื่อความหมายสามารถเข้าใจได้ทัน ง่ายในการอ่าน และง่ายต่อการนำไปใช้
2. เป็นเอกภาพ ( Unity ) หมายถึง มีความกลมกลืนกัน ไม่ว่าจะเป็นรูปร่าง สี หรือช่องว่าง
3. การเน้น ( Emphasis ) หมายถึง ออกแบบให้มีแนวความคิดเดียวหรือจุดสนใจเดียว
4. ความสมดุล ( Balance ) หมายถึง น้ำหนักทางซ้ายและขวา จะเท่า ๆ กัน ซึ่งความสมดุลแบ่งได้เป็น 2 ลักษณะ
4.1 ความสมดุลตามแบบ ( Formal balance ) คือลักษณะทั้งสองข้างจะเท่ากัน
4.2 ความสมดุลไม่ตามแบบ,สมดุลด้วยสายตา ( Informal balance ) คือลักษณะทั้งสองข้างจะไม่เหมือนกัน แต่ความรู้สึกเหมือนสมดุลกัน เช่น ภาพใหญ่สีอ่อน จะสมดุลกับภาพเล็กสีเข้ม ในการออกแบบภาพประกอบการสอน การออกแบบแผ่นใส หรือการจัดองค์ประกอบภาพ สามารถใช้องค์ประกอบทางศิลปะเป็นแนวทางได้

สิ่งที่จะช่วยให้การออกแบบเร้าความสนใจผู้เรียนยิ่งขึ้น คือ
1. เส้น ( Line ) ช่วยนำสายตาผู้ดู
2. รูปร่าง ( Shape ) ช่วยเร้าความสนใจเบื้องต้น
3. พื้นผิว ( Texture ) เพื่อเน้นถึงความแตกต่างและช่วยให้เกิดมิติ
4. สี ( Color ) ช่วยเพิ่มความเหมือนจริง ความแตกต่าง เน้นสิ่งที่ต้องการ ตลอดจนการแสดงออกถึงอารมณ์ของภาพได้เป็นอย่างดี
5. ช่องว่าง ( Space ) เพื่อความเป็นระเบียบ และถ้าเป็นตัวอักษรช่องว่างจะช่วยให้ง่ายต่อการอ่าน
บทที่ 2 การออกแบบ