หน้าหลัก บทที่ 1 บทที่ 2 บทที่ 3 บทที่ 4 บทที่ 5 บทที่ 6 บทที่ 7 บทที่ 8 แบบทดสอบ
ONLINE
A
RT
ศิลปะ ม.4
ศ 31101
  การเขียนภาพจะต้องใช้วัสดุอุปกรณ์ที่จำเป็น  ดังนี้
1.ดินสอดำ  แท่งดินสอทำด้วยไม้  ไส้ดินสอทำด้วยแกรไฟต์ผสมดินเหนียว แบ่งตามลักษณะได้  3  ชนิด  คือ
       1.1  ชนิดแข็ง  แกนหรือไส้ดินสอมีความแข็งแต่ขนาดเล็กและมีค่าน้ำหนักที่
ค่อนข้างอ่อนเหมาะสำหรับการร่างภาพและงานทั่วไป  จะมีตัวอักษรกำกับบนแท่งดินสอว่า  Hard  แปลว่าแข็ง  มีหลายเบอร์  เช่น  H, 2H, 3H  เป็นต้น
       1.2  ชนิดปานกลาง  แกนหรือไส้ดินสอไม่แข็งไม่อ่อนมากเกินไป  มีขนาด
ใหญ่กว่า  มีค่าน้ำหนักเข้มกว่าและมีความนุ่มนวลกว่าชนิดแข็งเหมาะสำหรับการร่างภาพ  เขียนภาพ  และงานทั่วไป  จะมีตัวอักษรกำกับบนแท่งดินสอว่า  HB
        1.3  ชนิดอ่อน  แกนหรือไส้ดินสอมีความอ่อนแต่มีขนาดใหญ่  มีค่าน้ำหนัก
เข้มเป็นพิเศษ  และมีความนุ่มนวลกว่าชนิดแข็งและชนิดปานกลางเหมาะสำหรับการแรเงาภาพ  มีอักษรกำกับบนแท่งดินสอว่า  B  ซึ่งมาจากคำว่า  Black  แปลว่า  ดำ  มีหลายเบอร์  ได้แก่  B, 2B, 3B, 4B, 5B, 6B

























วิธีใช้และเก็บรักษา
              การร่างภาพและเขียนรายละเอียดของภาพควรใช้ดินสอดำชนิดแข็ง  ชนิดปานกลาง  ได้แก่  H,  และ  HB  ผลงานจะมีความสะอาดและประณีต
การแรเงาภาพ  หรือ  การสร้างค่าน้ำหนักเข้ม  ควรใช้ดินสอดำชนิด  B  เช่น  6B  หรือ  EE  เป็นต้น  ผลงานจะมีค่าน้ำหนักและแสงเงาเข้ม  และมีความนุ่มนวลกลมกลืนได้ดี
วิธีจับดินสอ  แบ่งออกเป็น  2  แบบได้แก่
              1.การเขียนหนังสือ  เป็นการเขียนดินสอแบบปกติธรรมดาทั่วไป  ซึ่งคนส่วนมากนิยมใช้สำหรับเขียนหนังสือ  การร่างภาพ  การเขียนรายละเอียดของภาพและการแรเงาที่ละเอียดประณีต
              2.แบบอิสระ  เป็นการจับดินสอบริเวณส่วนปลายของดินสอ  ใช้นิ้วชี้และนิ้วหัวแม่มือมากกว่านิ้วอื่น ๆ  ซึ่งจะช่วยให้ร่างภาพและแรเงาภาพได้ในมุม
กว้างเป็นอิสระ  และปฏิบัติได้ฉับไวรวดเร็ว
การเหลาดินสอ  ควรเหลาเตรียมไว้ก่อนที่จะปฏิบัติงาน  เพื่อความสะดวกในการใช้แต่ไม่ควรเหลาจนไม้ที่หุ้มดินสอบางเกินไป  เพราะจะทำให้ไส้หักง่าย  ควรบรรจุใส่กล่องและรักษาให้เรียบร้อย  มิฉะนั้นไส้ดินสอจะทู่หักง่าย  เมื่อไปกระทบกับสิ่งต่าง ๆ  ที่เก็บรวมกัน














2. ถ่านชาโคล  มีลักษณะเป็นแท่งกลมคล้ายดินสอดำแต่ไม่มีไม้หุ้ม  ทำมาจากเถาองุ่นโดยการเผาแบบถ่าน  มีสีให้เลือก  3  สี  ได้แก่  สีดำ  สีเทา  และสีน้ำตาลมีขายเป็นแท่งและเป็นกล่อง  มีคุณสมบัติอ่อนนิ่ม  แต่มีค่าน้ำหนักเข้ม  ในปัจจุบันนี้ได้มีการผลิตถ่านชาโคลที่มีไม้หุ้มเหมือนดินสอแรเงาทั่วไป
3. เกรยอง  มีลักษณะคล้ายถ่านชาโคล  คือมีค่าน้ำหนักเข้มแต่ขนาดสั้นกว่า 
มีลักษณะเป็นแท่งเหลี่ยมแข็งกว่าถ่านชาโคลและมีหลายสี  แต่นิยมใช้สีดำเนื่องจากสามารถแสดงค่าน้ำหนักและแสงเงาได้ชัดเจน
การเก็บรักษาเกรยอง  ซึ่งมีลักษณะเป็นแท่งไม่มีวัสดุอื่นใดห่อหุ้ม  ไม่ควรให้
ถูกน้ำเพราะจะทำให้เขียนติดยาก  จึงควรห่อกระดาษไว้เพื่อกันความสกปรกเลอะเทอะและชำรุดเสียหาย
4. พู่กัน  เป็นอุปกรณ์สำหรับใช้ระบายสีภาพเขียน  มีลักษณะดังนี้
        1.  พู่กันกลมพอง  ใช้ระบายภาพบริเวณพื้นที่กว้างใหญ่อาจใช้พู่กันจีน
        2.  พู่กันปลายแหลม  ใช้ระบายภาพหรือวัตถุที่มีขนาดต่าง ๆ  เช่น     พู่กันเบอร์  12  ใช้ระบายสีท้องฟ้า  บ้านเรือนหรือวัตถุขนาดใหญ่    พู่กันเบอร์  8  ใช้ระบายวัตถุขนาดกลางหรือเน้นส่วนเงาและพู่กันเบอร์  3-4  ใช้ระบายพื้นที่ขนาดเล็กหรือใช้ตกแต่ง  เน้นภาพและ  ตัดเส้น
         3.  พู่กันปลายตัด  หรือพู่กันแบนใช้ระบายวัตถุที่เป็นเส้นตรง  เช่น    สิ่งก่อสร้าง  หรือพื้นผิวที่แบนเรียบ

การจับพู่กัน  จับได้  2  ลักษณะใหญ่ ๆ  คือ  การจับให้อุ้งมือวางบนพื้นเพื่อความมั่นคงในการระบาย  ส่วนรายละเอียดของภาพและการจับเฉพาะนิ้วชี้และนิ้วหัวแม่มือให้อุ้งมือลอยเหนือพื้น  โดยนิ้วก้อยวางบนกระดาษ  เพื่อระบายสีในพื้นที่กว้างอย่างอิสระ
วิธีใช้และเก็บรักษาพู่กัน  ไม่ควรให้ปลายพู่กันบิดงอ  ด้วยการจุ่มปลายพู่กัน  (ส่วนขนพู่กัน)  ลงในภาชนะ  เมื่อใช้แล้วควรล้างสีออกให้หมด  สลัดน้ำและเช็ดให้แห้งก่อนที่จะเก็บรักษา















5.   สี  (Colour)
สีที่ใช้ในงานจิตรกรรมมีหลายชนิดซึ่งมีคุณสมบัติและวิธีใช้แตกต่างกัน  เช่น  สีน้ำ  เป็นสีที่มีลักษณะโปร่งแสงบรรจุหลอดเป็นส่วนใหญ่  และใช้น้ำเป็นส่วนผสม  สีโปสเตอร์  มีลักษณะคล้ายสีทึบแสง  และใช้สีขาวมาช่วยผสมให้นุ่มนวลกลมกลืน  บรรจุใส่ขวดเป็นส่วนใหญ่  และใช้น้ำเป็นส่วนผสม
สีฝุ่น  มีลักษณะทึบแสง  มีทั้งบรรจุหลอดและบรรจุเป็นกระป๋อง  แกลลอน  ใช้น้ำมันลีนสีดเป็นส่วนผสม  สีเทียนและสีชอล์ก  เป็นสีที่ผสมเทียนซึ่งมีลักษณะเป็นน้ำมันจึงทำให้เขียนติดยากกว่าสีชอล์ก  สีพลาสติก  มีลักษณะและคุณสมบัติคล้ายสีโปสเตอร์  แต่จะบรรจุได้ในกระป๋องเป็นแกลลอน  ส่วนมากใช้ทาผนังบ้านแต่สามารถนำมาใช้เขียนภาพบนผนังปูน  หรือบนไม้อัดได้

















ความสำคัญของสี
            สี คือลักษณะของแสงที่ปรากฏแก่สายตาให้เห็นเป็นสี (พจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน)
ในทางวิทยาศาสตร์ให้คำจำกัดความของสีว่า เป็นคลื่นแสงหรือความเข้มของแสงที่สายตาสามารถมองเห็น
ในทางศิลปะ  สีคือ ทัศนธาตุอย่างหนึ่งที่เป็นองค์ประกอบสำคัญของงานศิลปะ และใช้ในการสร้างงานศิลปะโดยจะทำให้ผลงานมีความสวยงาม  ช่วยสร้างบรรยากาศ มีความสมจริง เด่นชัดและน่าสนใจมากขึ้น
             สีเป็นองค์ประกอบสำคัญอย่างหนึ่งของงานศิลปะ และเป็นองค์ประกอบที่มีอิทธิพลต่อความรู้สึก  อารมณ์ และจิตใจ ได้มากกว่าองค์ประกอบอื่น ๆ ในชีวิตของมนุษย์มีความเกี่ยวข้องสัมพันธ์กับสีต่าง ๆ อย่างแยกไม่ออก โดยที่สีจะให้ประโยชน์ในด้านต่าง ๆ เช่น
       1 ใช้ในการจำแนกสิ่งต่าง ๆ เพื่อให้เห็นชัดเจน
       2 ใช้ในการจัดองค์ประกอบของสิ่งต่าง ๆ เพื่อให้เกิดความสวยงาม กลมกลืน เช่น การแต่งกาย  การจัดตกแต่งบ้าน
       3 ใช้ในการจัดกลุ่ม พวก คณะ ด้วยการใช้สีต่าง ๆ เช่น คณะสี  เครื่องแบบต่าง ๆ
       4 ใช้ในการสื่อความหมาย เป็นสัญลักษณ์ หรือใช้บอกเล่าเรื่องราว
       5 ใช้ในการสร้างสรรค์งานศิลปะ เพื่อให้เกิดความสวยงาม สร้างบรรยากาศ  สมจริงและน่าสนใจ
       6 เป็นองค์ประกอบในการมองเห็นสิ่งต่าง ๆ ของมนุษย์

  การใช้สีในยุคสมัยต่าง ๆ
อียิปต์โบราณ
ในสมัยอียิปต์โบราณ   การใช้สีมีความสัมพันธ์กับพิธีกรรม   และเรื่องราวที่เกี่ยวกับศาสนาการระบายสีไม่เกี่ยวข้องกับความเป็นจริงทางทัศนียวิทยา หรือหลักความเป็นจริง เป็นภาพที่ไม่มีแสงเงา เป็นรูปแบนระบายสีที่สว่างสดใส มองเห็นชัดเจน โดยใช้เทคนิคสีฝุ่นผสมไข่ขาว (egg tempera) หรือใช้ไข่ขาวเคลือบบนผิวที่เขียนด้วยสีฝุ่นผสมน้ำ

        กรีกโบราณ
        ผลงานในสมัยกรีกโบราณ  ที่เห็นชัดเจนจะได้แก่งานประติมากรรมและสถาปัตยกรรม จะพบเห็น
งานจิตรกรรมค่อนข้างน้อย ไม่ค่อยปรากฏงานจิตรกรรมฝาผนัง แต่จะพบในงานวาดภาพระบายสี ตกแต่งเครื่องปั้นดินเผา จะนิยมใช้สีเพียง 2 - 3 สี คือ ขาว เหลือง แดง และเคลือบดำ

        โรมันโบราณ
        นิยมสร้างภาพบนผนังและพื้นห้องประดับด้วยโมเสค (Mosaic)  สำหรับการวาดภาพใช้เทคนิคผสมไข (Encaustic painting) ซึ่งเป็นการใช้สีผสมกับไขระบายในขณะที่ยังร้อน ๆ จากการค้นพบ หลักฐานผลงานในสมัยโรมันหลาย ๆ แห่ง นิยมสร้างเป็นภาพในเมือง   ชนบท   ภูเขา  ทะเล การต่อสู้  กิจกรรมของพลเมือง การค้าขาย  กีฬา เรื่องเกี่ยวกับนินายปรัมปรา และประวัติศาสตร์
         คริสเตียนยุคแรก
        ในยุคไบเซนไทน์ (Bizentine) ซึ่งเป็นยุคเริ่มต้นของคริสเตียนนิยมสร้างภาพโดยใช้โมเสค กระจก
( Glass  Mosaic) ทำเป็นภาพบุคคลสำคัญในพระคัมภีร์ไบเบิล ประดับตกแต่งภายในโบสถ ์โดยมากมีจุดมุ่งหมายเพื่อแสดงถึงความศรัทธาอย่างสูงต่อศาสนาคริสต์

การใช้สีในจิตรกรรมไทย
    จิตรกรรมไทยเป็นงานวิจิตรศิลป์ที่มีความสวยงามเป็นเอกลักษณ์เฉพาะสะท้อนให้เห็นถึงวัฒนธรรมอันดีงามของชาติ มีคุณค่าทางศิลปะและเป็นประโยชน์ต่อการศึกษา ค้นคว้าเรื่องราวทางประวัติศาสตร์ ศาสนา และโบราณคดี จิตรกรรมไทยแบ่งออกได้  2  ประเภท  คือ
    1 จิตรกรรมไทยแบบประเพณี (Thai Traditional painting) เป็นงานจิตรกรรมที่แสดงความรู้สึกชีวิตจิตใจ และความเป็นไทย ที่มีความละเอียด  อ่อนช้อยงดงาม สร้างสรรค์สืบต่อกันมาตั้งแต่อดีต  และสังเคราะห์จนได้ ลักษณะประจำชาติ ที่มีรูปแบบเป็นพิเศษเฉพาะตัว เป็นงานศิลปะในแบบอุดมคติ  (Idialistic Art)     นิยมเขียน เป็นภาพที่เกี่ยวเนื่องกับเรื่องราวต่าง ๆ คือ
     1.1   พุทธประวัติ และเรื่องราวอันเกี่ยวเนื่องกับศาสนาพุทธ
     1.2   พงศาวดาร  ตำนาน เรื่องราวเกี่ยวกับพระมหากษัตริย์  เรื่องคตินิยมอันเป็นมงคล
     1.3   วิถีชีวิต  ความเป็นอยู่  ขนบธรรมเนียม ประเพณีต่าง ๆ
     ลักษณะของผลงานเป็นภาพจิตรกรรม      ระบายสีแบนเรียบด้วยสีที่ค่อนข้างสดใส    แล้วตัดเส้นมีขอบที่คมชัด  ให้ความรู้สึกเป็นภาพ  2  มิติ  มีลักษณะในการจัดวางภาพแบบเล่าเรื่องเป็นตอน ๆ  จากบนลงล่าง มีวิธีการใช้สีแตกต่างกันออกไปตามยุคสมัย ทั้งสีเอกรงค์ และพหุรงค์
            2 จิตรกรรมไทยร่วมสมัย (Thai  Contemporary painting) เป็นงานจิตรกรรมที่แสดงออกถึงวัฒนธรรมใหม่แนวความคิดใหม่ ที่ปรากฏอยู่ในปัจจุบัน      เป็นรูปแบบที่ได้รับอิทธิพลจากงานศิลปะตะวันตกที่นำมาผสมผสาน กับรูปลักษณ์แบบไทย ๆ แล้วสร้างสรรค์เป็นรูปแบบใหม่ขึ้น
           สีที่ช่างนำมาใช้ในงานจิตรกรรมแต่เดิมนั้นมีน้อยมาก  มักใช้สีเดียว ที่เรียกว่า  "เอกรงค์" โดยใช้สีขาว สีดำและสีแดงเท่านั้น  ทำให้เกิดความกลมกลืนกันมาก ต่อมาสีที่ใช้ในภาพจิตรกรรมก็มีมากขึ้น มีการเขียนภาพ ที่เรียกว่า"เบญจรงค์" คือใช้สี  5  สี  ได้แก่ สีเหลือง  เขียวหรือคราม  แดงชาด  ขาว  และดำ การวาดภาพที่ใช้หลาย ๆสี เรียกว่า "พหุรงค์"สีที่ใช้ล้วนได้มาจากธรรมชาติเป็นส่วนใหญ่และมีที่กำเนิดต่าง ๆ กัน  บางสีเป็น ธาตุจากดิน  บางสีได้จากสัตว์ จากกระดูก  เขา งา  เลือด  บางสีได้จากพืช  ลักษณะของสีที่นำมาใช้มักจะทำเป็น ผงละเอียด ซึ่งเรียกว่า   สีฝุ่น ( Tempera) นำมาผสมกับวัสดุอื่นเพื่อให้ยึดเกาะผิวหน้าวัตถุได้ดี  ได้แก่ กาวหรือ ยางไม้  ที่นิยมใช้คือ ยางของต้นมะขวิด  และกาวกระถิน  ลักษณะเด่นของจิตรกรรมไทยอีกอย่างหนึ่งคือ การปิด ทองคำเปลวในบางส่วนของภาพที่มีความสำคัญ เช่น  เป็นเครื่องทรงหรือเป็นผิวกายของของบุคคลสำคัญในเรื่อง  เป็นส่วนประกอบของปราสาทราชวัง  หรือสถาปัตยกรรมที่สำคัญ ๆ ในภาพ  เป็นต้น

6.  วัสดุที่ใช้รองรับการเขียนภาพ
ดินสอดำ  ถ่านชาโคล  เกรยอง  ปากกา  ใช้กับกระดาษวาดเขียนทุกขนาดและใช้ได้กับกระดาษปรุ๊ฟ
สีน้ำ  ใช้กับกระดาษเขียนสีน้ำ  เช่น  กระดาษเขียน  100  ปอนด์
สีโปสเตอร์  ใช้กับกระดาษเขียนสีโปสเตอร์  เช่น  กระดาษโปสเตอร์สี  หรือ  กระดาษวาดเขียน  100  ปอนด์
สีฝุ่น  ใช้กับกระดาษที่มีความหนาพอสมควร  และใช้บนเฟรม
สีน้ำมัน  ใช้เขียนเฟรมผ้าใบ
สีเทียน - สีชอล์ก  ใช้กับกระดาษวาดเขียนทั่วไปหรือใช้กับกระดาษการ์ดเทา - ขาว
สีพลาสติก  ใช้กับกระดาษวาดเขียน  กระดาษการ์ดเทา - ขาว  ไม้อัด  ผนังปูน  เป็นต้น



บทที่ 4 วัสดุอุปกรณ์ในการเขียนภาพ